ผู้พัฒนาโครงการลงทุน
โดยทั่วไปผู้พัฒนาโครงการจัดหาเงินลงทุน และเป็นเจ้าของ ระบบโซล่าเซลล์ ระหว่างสัญญา งานออกแบบ ติดตั้ง ประกันภัย และบำรุงรักษาต้องระบุผู้รับผิดชอบในข้อเสนอ เพราะผู้ลงทุนและผู้ติดตั้งอาจเป็นคนละบริษัท
ซื้อไฟโซลาร์สำหรับธุรกิจและโรงงาน
Private PPA แบบ On-site คือ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ที่ติดตั้งในพื้นที่ธุรกิจ โดยทั่วไปผู้พัฒนาโครงการลงทุนระบบ และผู้ใช้ไฟชำระค่าไฟตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการพิจารณาทางเลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยไม่ลงทุนค่าระบบหลักเอง ทั้งนี้ต้องประเมินพื้นที่ การใช้ไฟ และค่าใช้จ่ายที่รวมในแต่ละโครงการ

Private PPA คือ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน โดย PPA ย่อมาจาก Power Purchase Agreement สำหรับโซลาร์แบบ On-site ผู้พัฒนาโครงการลงทุนติดตั้งระบบในพื้นที่ธุรกิจ และขายไฟที่ผลิตได้ตามอัตราที่ตกลงกัน ธุรกิจจึงชำระค่าไฟตามสัญญา โดยไม่ต้องลงทุนค่าระบบหลักเอง
โดยทั่วไปผู้พัฒนาโครงการจัดหาเงินลงทุน และเป็นเจ้าของ ระบบโซล่าเซลล์ ระหว่างสัญญา งานออกแบบ ติดตั้ง ประกันภัย และบำรุงรักษาต้องระบุผู้รับผิดชอบในข้อเสนอ เพราะผู้ลงทุนและผู้ติดตั้งอาจเป็นคนละบริษัท
ไฟที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้ในอาคารผ่านจุดเชื่อมต่อและมิเตอร์ที่กำหนด ธุรกิจจ่ายค่าไฟตามหน่วยและสูตรราคาในสัญญา ส่วนไฟที่ระบบผลิตไม่พอยังซื้อจากการไฟฟ้า จึงไม่ได้หมายความว่าบิลค่าไฟเดิมจะหายไปทั้งหมด
ประเมินโหลดกลางวัน พื้นที่ และความพร้อมของ หลังคาโซล่าเซลล์ ให้สอดคล้องกัน ธุรกิจต้องมีสิทธิ์ใช้อาคารตลอดระยะโครงการ และกำหนดการเข้าพื้นที่ซ่อมบำรุง รวมถึงทางเลือกเมื่อครบสัญญา
ก่อนเลือกข้อเสนอ ควรประเมินทั้งหน่วยไฟโซลาร์ที่ใช้ได้จริง ราคาและค่าใช้จ่ายตลอดสัญญา ความพร้อมของหลังคา และหน้าที่ของคู่สัญญาให้สอดคล้องกับแผนดำเนินธุรกิจ
เช็ก 8 เรื่องให้ชัดก่อนตัดสินใจ ทั้งค่าไฟ ความรับผิดชอบ และสิทธิ์ตลอดโครงการ
เริ่มจากความพร้อมด้านการใช้ไฟ หลังคา และแผนใช้อาคาร เพื่อประเมินว่า Private PPA เหมาะกับธุรกิจหรือไม่

มีโหลดไฟในช่วงที่โซลาร์ผลิตได้ เช่น โรงงาน คลังสินค้าที่ทำงานกลางวัน หรืออาคารพาณิชย์ โดยดูข้อมูลใช้ไฟจริงประกอบ
มีพื้นที่เพียงพอ เงาบังไม่มาก และโครงสร้างเหมาะสม พร้อมสิทธิ์ใช้อาคารหรือความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่
มีแผนใช้งานสอดคล้องกับระยะสัญญา และพิจารณาการขยายกิจการ ย้ายอาคาร หรือซ่อมหลังคาล่วงหน้า
ใช้ข้อมูลโหลด ขนาดระบบ และช่วงเวลาประเมินเดียวกัน เปรียบเทียบทั้งเงินลงทุน ภาระระยะยาว และความพร้อมดูแลระบบ โดยไม่มีรูปแบบใดเหมาะกับทุกธุรกิจ
โดยทั่วไปผู้พัฒนาโครงการลงทุนค่าระบบหลัก ธุรกิจจึงเก็บเงินทุนไว้ใช้ด้านอื่นได้ แต่ต้องตรวจค่าสำรวจ เตรียมพื้นที่ ซ่อมหลังคา และงานระบบไฟที่อาจอยู่นอกข้อเสนอ
ธุรกิจรับผิดชอบค่าระบบและค่าติดตั้งเองหรือจัดหาเงินทุน ต้องพิจารณาดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายประกอบ และระยะคืนทุนตามการใช้ไฟจริง
จ่ายค่าไฟตามหน่วยและสูตรราคา PPA ตลอดระยะสัญญา ประเมินการปรับราคาและภาระขั้นต่ำควบคู่กับผลประหยัด
ไม่มีค่าซื้อไฟจากผู้พัฒนา PPA แต่ยังมีค่าบำรุงรักษา ประกัน และค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ ทั้งสองรูปแบบยังมีค่าไฟส่วนที่ซื้อจากการไฟฟ้า
ผู้พัฒนาเป็นเจ้าของระบบตามเงื่อนไขสัญญา ระบุหน้าที่ O&M ประกันภัย การซ่อม และสิทธิ์เข้าพื้นที่ให้ชัด ธุรกิจยังต้องประสานเรื่องอาคารและความปลอดภัย
ธุรกิจเป็นเจ้าของระบบ มีอิสระตัดสินใจมากขึ้น และเป็นผู้วางแผนดูแลเองหรือจ้างบริการ พร้อมรับต้นทุนและความเสี่ยงของอุปกรณ์
การย้ายกิจการ ลดการใช้ไฟ ซื้อระบบก่อนกำหนด หรือเลิกสัญญาอาจมีเงื่อนไขและค่าใช้จ่าย จึงต้องประเมินคู่กับแผนใช้อาคาร
ปรับการใช้งานได้ตามสิทธิ์เจ้าของ แต่การขยาย ย้าย หรือรื้อถอนยังมีต้นทุนทางวิศวกรรมและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจใช้ไฟโซลาร์ทดแทนไฟเดิมได้ 10,000 kWh ต่อเดือน สมมติค่าพลังงานเดิมที่ลดได้ 4.50 บาทต่อหน่วย และราคา PPA 3.50 บาทต่อหน่วย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือภาระขั้นต่ำในตัวอย่างนี้
10,000 × (4.50 − 3.50) = 10,000 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้ยังไม่รวมภาษี ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่น จึงไม่ใช่ส่วนลดของบิลทั้งหมดหรือผลประหยัดที่รับประกัน
ราคาและปริมาณข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่อัตราปัจจุบันหรือใบเสนอราคาของ AESOVATION การประเมินจริงต้องตรวจฐานค่าไฟและค่า Ft ตามข้อเสนอ หน่วยไฟที่ใช้ได้จริง วันหยุด เงื่อนไขขั้นต่ำ และค่าใช้จ่ายที่ยังต้องจ่ายให้การไฟฟ้า
ผู้พัฒนาโครงการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์ในพื้นที่ธุรกิจ และขายไฟที่ผลิตได้ให้ผู้ใช้ไฟตามสัญญา PPA โดยกำหนดราคา วิธีวัดหน่วยไฟ ระยะเวลา และหน้าที่ดูแลระบบ ธุรกิจใช้ไฟโซลาร์ร่วมกับไฟจากการไฟฟ้า และชำระค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
โดยทั่วไปผู้พัฒนาโครงการลงทุนระบบหลัก แต่ค่าเสริมโครงสร้างหลังคา ปรับระบบไฟ เตรียมพื้นที่ ประกัน หรือค่าใช้จ่ายเฉพาะโครงการอาจไม่รวม ต้องตรวจรายการรวมและไม่รวม รวมถึงภาระตลอดสัญญาก่อนตัดสินใจ
ไม่มีเกณฑ์เดียวสำหรับทุกโครงการ ต้องพิจารณาบิลค่าไฟ รูปแบบการใช้ไฟช่วงกลางวัน ขนาดพื้นที่ สภาพหลังคา และเงื่อนไขของผู้พัฒนาโครงการ ควรใช้ข้อมูลย้อนหลังประมาณ 12 เดือนประกอบการประเมิน
โดยทั่วไปยังต้องจ่ายค่าไฟส่วนที่ใช้จากโครงข่าย รวมถึงค่าบริการและค่าใช้จ่ายตามประเภทผู้ใช้ไฟ ระบบโซลาร์ผลิตไฟในช่วงที่มีแสง จึงไม่ได้ทดแทนค่าไฟทั้งหมด และส่วนลดราคาไฟโซลาร์ไม่ใช่ส่วนลดทั้งบิล
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับข้อเสนอและข้อตกลงของแต่ละโครงการ ควรตรวจวันเริ่มนับสัญญา การต่ออายุ สิทธิ์ซื้อระบบ และค่าชดเชยกรณีเลิกก่อนกำหนด พร้อมเทียบกับสิทธิ์ใช้พื้นที่และแผนดำเนินธุรกิจ
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการซื้อไฟขั้นต่ำและวิธีคิดเงิน บางสัญญาอาจกำหนดภาระชำระแม้ใช้ไฟต่ำกว่าที่ตกลง จึงควรจำลองกรณีวันหยุด หยุดผลิต หรือยอดใช้ไฟลดลงก่อนลงนาม
ระบบ On-grid ทั่วไปจะหยุดจ่ายไฟเมื่อโครงข่ายดับเพื่อความปลอดภัย Private PPA จึงไม่ได้หมายถึงระบบไฟสำรอง หากต้องการใช้ไฟระหว่างไฟดับต้องประเมินระบบสำรอง แบตเตอรี่ และการแยกวงจรที่ออกแบบรองรับโดยเฉพาะ
ควรตกลงเรื่องการย้ายระบบ การถอดและติดตั้งกลับ การโอนสัญญา ระยะหยุดผลิต และการยุติสัญญาไว้ล่วงหน้า โดยระบุค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบ ความเสียหายต่อหลังคา และวิธีคำนวณค่าชดเชยให้ชัดเจน
กรรมสิทธิ์ขึ้นอยู่กับสัญญา อาจโอนระบบโดยมีหรือไม่มีค่าใช้จ่าย ซื้อระบบ ต่อสัญญา หรือรื้อถอน จึงไม่ควรสรุปว่าจะได้รับระบบฟรีทุกโครงการ ต้องตรวจสภาพระบบ การรับประกัน และภาระคืนสภาพพื้นที่ด้วย

เข้าใจหน้าที่ของแผง อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์สำคัญ เพื่อวางระบบให้เหมาะกับพื้นที่

ประเมินพื้นที่ติดตั้ง รูปแบบการใช้ไฟ และข้อจำกัดของโรงงานก่อนกำหนดขนาดระบบ

เทียบมาตรฐาน ขอบเขตงาน และการดูแลหลังส่งมอบ เพื่อเลือกทีมให้เหมาะกับโครงการ

ตรวจโครงสร้าง พื้นที่ใช้งาน และระบบไฟฟ้าให้พร้อมก่อนเริ่มออกแบบและติดตั้ง

เข้าใจการผลิตไฟบนหลังคาและปัจจัยด้านพื้นที่ เพื่อประเมินผลประหยัดได้แม่นยำ

รู้ขอบเขตงานออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ และส่งมอบก่อนเลือกผู้รับเหมาระบบ

ดูองค์ประกอบและการเชื่อมต่อระบบ เพื่อให้กำลังผลิตสอดคล้องกับโหลดของโรงงาน
ส่งข้อมูลให้ทีม AESOVATION ประเมินแนวทางเบื้องต้น โดยระบุค่าไฟต่อเดือน เวลาทำงาน และข้อมูลหลังคาในช่องขอบเขตงาน หากสนใจรูปแบบ PPA สามารถระบุ “สนใจ Private PPA” ในช่องงบประมาณได้